Spider Man No Way Home สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม ไอ้แมงมุมค้นหาตัวตน

Spider Man No Way Home สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม ไอ้แมงมุมค้นหาตัวตน

              แน่นอนเลยว่าเราคงจะรู้กันเป็นอย่างดี ถึงความสำเร็จต่างๆในระดับมหึมาที่เกิดขึ้นกับภาพยนต์ของมาร์เวลเรื่องล่าสุด อย่างภาพยนต์เรื่อง Spider Man No Way Home หรือชื่อไทยว่า สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม (2021) กันแล้ว ทำไมภาพยนต์เรื่องนี้ถึงทำเงินถล่มทลายแบบไม่กลัวสายพันธุ์โอไมครอนเช่นนี้ ก็คงเป็นเพราะว่านี่เป็นการงัดไม้เด็ดออกมาชุดใหญ่ของ Sony Pictures Entertainment ที่ประหนึ่งว่าไม่มีอะไรจะเสียอีกต่อไปแล้ว ทุกสิ่งที่ประเดประดังใส่เข้ามาในภาพยนต์เรื่องนี้ จึงตกมาเป็นเป็นกำไรของหมู่ผู้ชมอย่างเราๆ เพราะก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหน ถึงจะได้อิ่มเอมระหว่างดูภาพยนต์ซูเปอร์ฮีโร่แบบนี้อีก

              ภาพยนต์เรื่อง สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม (2021) ได้ทำการเล่าเรื่องราวสานต่อจากที่ทิ้งเอาไว้ในภาคก่อน เมื่อไอ้แมงมุมไม่ต้องทำการซ่อนตัวใต้หน้ากากอีกต่อไป และตัวของเขาไม่สามารถที่จะทำการแยกชีวิตในฐานะซูเปอร์ฮีโร่ออกจากชีวิตปกติได้อีกต่อไป กลายเป็นความยุ่งเหยิงในชีวิตโดยแท้ ทำให้เขาตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจาก ด็อกเตอร์สเตรนจ์ (รับบทโดย Benedict Cumberbatch) แต่ปรากฏว่าทุกอย่างดูเหมือนจะวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม และบีบบังคับให้เขาต้องหาทางแก้ไข พร้อมทั้งเฝ้าหาความหมายที่แท้จริงของหน้าที่การเป็นสไปเดอร์แมน

Spider Man No Way Home สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม

              ก่อนอื่นเลย ก็คงจะต้องทำการปรบมือเพื่อชื่นชมคนที่หลบหลีกจากการสปอยล์ภาพยนต์เรื่องนี้ได้อยู่หมัด รอไปพิสูจน์กับตาตัวเองในโรงหนัง พวกคุณเก่งมากจริงๆ เพราะว่าภาพยนต์เรื่องนี้นั้น แทบจะเป็นภาพยนต์มาร์เวลที่ไม่สามารถนำไปร้อยเรียงเล่าให้คนอื่นฟังได้แบบไม่ติดสปอยล์เนื้อหาไปด้วยไม่ได้เลย เพียงแค่เริ่มต้นฉายเพียงไม่กี่นาทีก็สาดอีสเตอร์เอ้กเข้ามาแบบไม่ยั้ง มีอะไรให้เซอร์ไพรส์ผู้ชมอยู่ตลอดระยะกว่า 2 ชั่วโมงเศษของหนังจริงๆ

              แน่นอนเลยว่าก็เป็นการเขียนรีวิวภาพยนต์ที่ค่อนข้างยากเป็นพิเศษ เพราะว่าจะต้องคอยหลบเลี่ยงไม่ให้หลุดสปอยล์หนังออกไปอย่างเด็ดขาด ดังนั้นหากว่าใครจะแอบมาเสาะหาสปอยล์เนื้อหาในบทความนี้…ก็ไม่น่าจะมีให้เห็น แต่ก็นับว่าภาพยนต์เรื่องนี้นั้น ค่อนข้างกล้าที่จะทำการหยิบโยงและร้อยเรียงโครงเรื่องออกมาในรูปแบบนี้ และในเมื่อหยิบเส้นเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว ก็ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงการของจักรวาลมาร์เวลต่อไป เป็นสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างยิ่ง

              ถึงกระนั้นบทภาพยนต์ของ สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม (2021) ก็มองว่ายังไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยมดีสุด แต่เนื่องจากด้วยแก่นสารและหัวใจหลักของภาพยนต์เรื่องนี้ค่อนข้างที่จะหนักแน่นเป็นอย่างดี จึงทำให้ส่วนประกอบตรงนั้นมาช่วยอุดรอยรั่วต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดรายทางของหนังได้ค่อนข้างใช้ได้ บางครั้งก็ยังแอบคิดไปด้วยว่าหนังค่อนข้างเยิ่นเย้ออยู่บ้าง บางจุดยังสามารถทำให้กระชับได้ยิ่งขึ้นกว่านี้

              ในขณะที่งานสร้างผ่านวิสัยทัศน์ของผู้กำกับอย่าง Jon Watts ก็ค่อนข้างน่าพอใจ เขาเองรู้จักวิธีและจังหวะในการเล่าเรื่องของแฟรนไชส์นี้เป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าในภาคนี้จะมีการชูประเด็นดราม่าขึ้นมาโดดเด่นกว่าภาคก่อนที่ผ่านมา แต่ในองค์ประกอบทั้งแนวแอคชั่น, ตลก และดราม่า ก็นำมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว และมอบรสชาติที่ค่อนข้างกลมกล่อมให้กับผู้ชม ผ่านการออกแบบมุมภาพและมุมกล้อง รวมทั้งส่วนต่างๆ ที่น่าประทับใจในระดับหนึ่ง

              Tom Holland ที่ได้เติบโตขึ้นในบทไอ้แมงมุมในภาคนี้อย่างชัดเจน จึงจะกลายเป็นข้อดีที่ได้เห็นพัฒนาการของคาแรกเตอร์นี้ด้วย หนังยังมีส่วนประกอบของการก้าวข้ามวัยอยู่ และทอมก็ยังสามารถถ่ายทอดออกมาได้ดี พร้อมกับยังแบกภาพยนต์เรื่องนี้เอาไว้ทั้งเรื่องได้แบบสบายๆ เช่นเดียวกับ “เซนดายา” และ “Jacob Batalon” ที่มาร่วมสมทบและส่งเสริมประคับประคองหนังเอาไว้ในรูปแบบทีมเวิร์ก

              ส่วนทางด้านของ Benedict Cumberbatch ที่ตอนแรก็นึกว่าจะมาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงไอ้แมงมุมคนใหม่ แต่ว่ากลับมีรายละเอียดที่มากไปกว่านั้น และเขาเองก็ยังกลับมารับบทเป็นหมอแปลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ขับคาแรกเตอร์ออกมาได้อย่างล้นหลาม ไม่เพียงเท่านั้น ภาคนี้ยังเพิ่มมิติและให้ความสำคัญกับตัวละครของ Marisa Tomei กับ Jon Favreau อย่างมีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

Spider Man No Way Home ไอ้แมงมุมค้นหาตัวตน

              เอาเป็นว่าภาพยนต์เรื่องนี้นั้นค่อนข้างที่จะโดดเด่นไปด้วยการเซอร์วิสจากเหล่าแฟนๆ ได้อย่างมีชั้นเชิง การที่ได้เห็นการเปิดมัลติเวิร์สและเห็นเหล่าร้ายจากจักรวาลอื่นๆ ของหนังไอ้แมงมุมกลับมารวมตัวกันอีกครั้งก็ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ที่ชุ่มฉ่ำไปทั้งหัวใจผู้ชมแล้ว หนังยังรับบทบาทเซอร์วิสแฟนๆ ยิ่งเข้าไปอีกเรื่อยตามท้องเรื่อง ที่ในท้ายที่สุดได้กลั่นกรองออกมาเป็นพลังแห่งความสุขที่ล้นเปี่ยมหลังจากที่ได้ดูหนังเรื่องจบลง

              คงจะบอกได้ว่าภาพยนต์เรื่อง Spider Man No Way Home หรือชื่อไทยว่า สไปเดอร์แมน โน เวย์ โฮม (2021) ก็น่าจะเป็นภาพยนต์ภาคที่ดีที่สุด เมื่อได้มีการเปรียบเทียบกับ 2 ภาคแรกที่ผ่านมา ด้วยองค์ประกอบต่างๆ และเส้นเรื่องกับหัวใจของเรื่องที่หนักแน่นเป็นอย่างดี รู้จักเป็นอย่างดีกว่าแฟนๆ ต้องการอะไร ใส่จังหวะโบ๊ะบ๊ะและประเด็นเสียดสี จิกหัวตัวเอง, ค่ายหนัง และจักรวาลหนัง ได้อย่างถูกจังหวะ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาก็สามารถตอบโจทย์นั้นออกมาได้เป็นอย่างดี

              และนอกจากนี้ การที่ได้เห็นการปฏิกิริยาของเหล่าผู้ชม ต่างก็พากันหวีดร้องส่งเสียงออกมาด้วยความเซอร์ไพรส์ระหว่างดูภาพยนต์ คงจะต้องทำการขอบคุณภาพยนต์เรื่องนี้เช่นเดียวกัน ที่ได้มอบประสบการณ์แบบนี้ให้เกิดขึ้นอีกครั้ง เพราะนับตั้งแต่โควิด-19 อุบัติขึ้นบนโลกใบนี้ เราก็ห่างหายไปจากโมเมนต์อะไรแบบนี้ไปสักระยะหนึ่งแล้วเช่นกัน…และถ้าหากคุณสนใจบทความพนันอื่นๆก็สามารถคลิกเข้ามาได้ที่ WM คาสิโน

Author: Jianna